<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>IT-Clever &#124; แหล่งเรียนรู้ของชาวไอทีทั้งมือเก๋า และมือใหม่ &#187; Ubuntu</title>
	<atom:link href="http://www.it-clever.com/category/os/ubuntu/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.it-clever.com</link>
	<description>เทคนิคและการใช้งานทั้ง Windows, Joomla, Wordpress, Appserv, Exchange, Cisco .. อธิบายการทำงานแบบเป็นขั้นตอน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Jul 2010 03:31:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>รีวิว Ubuntu 9.10 &#8220;Karmic Koala&#8221;</title>
		<link>http://www.it-clever.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ubuntu-9-10-karmic-koala/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7-ubuntu-9-10-karmic-koala</link>
		<comments>http://www.it-clever.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ubuntu-9-10-karmic-koala/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2009 05:45:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BukHUM</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT-News]]></category>
		<category><![CDATA[OS]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[Karmic Koala]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว Ubuntu 9.10]]></category>
		<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.it-clever.com/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[Karmic Koala ถือเป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า Jaunty Jackalope เยอะพอสมควร ควรค่าแก่การนำมารีวิว อย่างไรก็ตาม โครงสร้างและวิธีการทำงานของมันก็ยังไม่ต่างอะไรจาก Ubuntu รุ่นก่อนๆ มากนัก ผมเชื่อว่าผู้อ่านคงเคยลองใช้ Ubuntu กันหมดแล้ว (ถ้าไม่เคยก็ลองซะ!) ดังนั้นคงจะข้ามส่วนที่ซ้ำๆ กับของเดิมออกไป เน้นแต่ของใหม่ดีกว่านะครับ ดาวน์โหลดและติดตั้ง จุดนี้ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิมเลย Ubuntu 9.10 ทั้งตัวมาในซีดีเพียง 1 แผ่นเท่านั้น (จุดเด่นที่ Mac OS X และ Windows 7 ไม่มีทางสู้ได้) วิธีการติดตั้งที่ง่ายที่สุดคือดาวน์โหลดไฟล์ .iso รุ่น desktop-i386 (หรือ amd64 ถ้าต้องการใช้งานแบบ 64 บิต) ซึ่งมีตัวติดตั้งแบบกราฟิกสวยงาม และเป็น Live CD ในตัว เพื่อความรวดเร็ว แนะนำให้ดาวน์โหลดจาก mirror ในประเทศ เช่น mirror.in.th หรือ [...]


No related posts.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.it-clever.com%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7-ubuntu-9-10-karmic-koala%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.it-clever.com%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a7-ubuntu-9-10-karmic-koala%2F&amp;source=BukHUM&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-186" style="margin-left: 7px; margin-right: 7px;" title="ubuntu-logo2" src="http://www.it-clever.com/wp-content/uploads/2009/11/ubuntu-logo2.png" alt="ubuntu-logo2" width="96" height="100" />Karmic Koala ถือเป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า Jaunty Jackalope เยอะพอสมควร ควรค่าแก่การนำมารีวิว อย่างไรก็ตาม โครงสร้างและวิธีการทำงานของมันก็ยังไม่ต่างอะไรจาก Ubuntu รุ่นก่อนๆ มากนัก ผมเชื่อว่าผู้อ่านคงเคยลองใช้ Ubuntu กันหมดแล้ว (ถ้าไม่เคยก็ลองซะ!) ดังนั้นคงจะข้ามส่วนที่ซ้ำๆ กับของเดิมออกไป เน้นแต่ของใหม่ดีกว่านะครับ<span id="more-184"></span></p>
<h4>ดาวน์โหลดและติดตั้ง</h4>
<p>จุดนี้ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิมเลย Ubuntu 9.10 ทั้งตัวมาในซีดีเพียง 1 แผ่นเท่านั้น (จุดเด่นที่ Mac OS X และ Windows 7 ไม่มีทางสู้ได้) วิธีการติดตั้งที่ง่ายที่สุดคือดาวน์โหลดไฟล์ .iso รุ่น desktop-i386 (หรือ amd64 ถ้าต้องการใช้งานแบบ 64 บิต) ซึ่งมีตัวติดตั้งแบบกราฟิกสวยงาม และเป็น Live CD ในตัว</p>
<p>เพื่อความรวดเร็ว แนะนำให้ดาวน์โหลดจาก mirror ในประเทศ เช่น <a href="http://mirror.in.th/osarchive/ubuntu_cdimages/9.10/" target="_blank">mirror.in.th</a> หรือ <a href="http://mirror1.ku.ac.th/karmic/" target="_blank">mirror1.ku.ac.th</a> ถ้าใครมี mirror ในประเทศที่อื่นๆ แนะนำก็เขียนไว้ในคอมเมนต์ได้ครับ</p>
<p>มาถึง พ.ศ. นี้ การเขียนไฟล์ .iso ลงแผ่นซีดีเริ่มจะ &#8220;เอาท์&#8221; แล้ว นอกจากเขียนช้า ยังเปลืองแผ่น ใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า เพิ่มขยะให้โลก วิธีที่ดีกว่าคือเขียนลง USB drive/flash drive/thumb drive (ตามแต่จะเรียก) แล้วบูตด้วย USB drive แทน</p>
<p>ขั้นตอนอย่างละเอียดอ่านได้จาก <a href="https://help.ubuntu.com/community/USB%20Installation%20Media" target="_blank">USB Installation Media</a> แบบสรุปคือไปดาวน์โหลดโปรแกรม <a href="http://unetbootin.sourceforge.net/" target="_blank">UNetbootin</a> เพื่อช่วยเขียนไฟล์ .iso ลง USB drive ภายในสองคลิก ทำงานบนวินโดวส์ได้ ที่ผมลองใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็เสร็จแล้ว</p>
<p>พอได้ USB พร้อมติดตั้งก็บูตเครื่องจาก USB ซึ่งจะบูตเข้าสู่ Ubuntu แบบ Live CD ให้ทดลองใช้จนกว่าจะพอใจ (มันสามารถใช้เป็น recovery CD หรือแบ่งพาร์ทิชันในกรณีอื่นๆ ได้ด้วย) ถ้าใครโชคดีหน่อยใช้ชิปเซ็ต Wi-Fi ยี่ห้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ Broadcom (เช่น อินนเทลหรือ Atheros) ก็สามารถต่อเน็ตได้ทันที</p>
<p>เมื่อพร้อมติดตั้งแล้วก็คลิกที่ไอคอน Install Ubuntu บนเดสก์ท็อป ตัวติดตั้งที่คุ้นเคย Ubiquity จะโผล่ขึ้นมาให้เห็น ขั้นตอนการติดตั้งผมคงไม่ต้องลงรายละเอียด ส่วนที่เปลี่ยนไปคือ</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2524/4062249727_099d73914c.jpg" alt="ubiquity" width="500" height="376" /></div>
<p>หน้าจอเลือกเขตเวลาแบบใหม่ สวยขึ้น และจิ้มกรุงเทพก็เจอกรุงเทพแล้ว ไม่ใช่ต้องไปจิ้มที่พม่าถึงจะได้กรุงเทพแบบรุ่นก่อน</p>
<p>Ubuntu 9.10 ใช้ระบบไฟล์ ext4 เป็นค่าดีฟอลต์เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่รองรับใน Ubuntu 9.04 แต่ยังไม่เปิดใช้เป็นดีฟอลต์ ผมใช้ ext4 ตั้งแต่ตอนติดตั้ง 9.04 แล้ว ส่วนนี้จึงไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แต่คนที่ใช้ ext3 อยู่ก่อน ถ้าไม่อยากฟอร์แมตก็ยังสามารถใช้ต่อไปได้ไม่มีปัญหา</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2474/4062250251_0959a272fc.jpg" alt="ubiquity-intro" width="500" height="383" /></div>
<p>หน้าจอแนะนำโปรแกรมและฟีเจอร์ระหว่างรอก็อปปี้ไฟล์ ให้อ่านเล่นๆ เผื่อจะมีความรู้มากขึ้น ถ้าใครยังจำได้ ฟีเจอร์นี้เคยมีใน Red Hat รุ่นเก๋ากึ๊ก (ถ้าผมจำไม่ผิดจะเป็น Red Hat <img src='http://www.it-clever.com/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' /> และ Fedora รุ่นต้นๆ</p>
<p>ผมใช้เวลาติดตั้งรวมทั้งสิ้น 6 นาที 45 วินาที (จับเวลาตั้งแต่ดับเบิลคลิกที่ไอคอนติดตั้ง) เร็วสุดยอดเลยครับ Ubuntu ใช้วิธี dump ระบบปฏิบัติการที่อยู่ในแรมจาก Live CD ลงไปในดิสก์ แล้วค่อยลบส่วนที่ไม่จำเป็นออกทีหลัง</p>
<p>ติดตั้งเสร็จแล้วก็สั่งบูตเครื่องอีก 1 ที</p>
<h4>หน้าจอบูตแบบใหม่</h4>
<p>การเปลี่ยนแปลงของ Ubuntu 9.10 เราจะเห็นได้ตั้งแต่การบูตครั้งแรกเลยทีเดียว อย่างแรกถ้าใครลงคู่ไปกับวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการอื่นๆ ด้วย จะเจอกับ GRUB 2 ซึ่งเป็นบูตโหลดเดอร์ตัวใหม่ หน้าตาเหมือนเดิมแต่ฟีเจอร์เยอะขึ้นมาก</p>
<p style="text-align: left;">ถัดมาคือหน้าจอบูตแบบใหม่ อธิบายยังไงก็คงไม่เห็นภาพ ดูวิดีโอประกอบดีกว่า</p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/5NGsZZRJQYk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/5NGsZZRJQYk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>หน้าจอบูตแบบใหม่แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกที่ยังไม่บูตเข้า X Window จะกลายเป็นโลโก้ Ubuntu สีขาวบนพื้นหลังสีดำ โลโก้จะส่องสว่างสลับมืดได้อารมณ์หน้าจอบูตของ Mac OS X แต่สลับสีกัน ส่วนช่วงถัดไป ขณะที่กำลังเรียก X Window จะพบพื้นหลังสีน้ำตาล มีไฟส่องจากข้างบน และมีโลโก้พร้อมข้อความ Ubuntu สีขาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าจอล็อกอิน</p>
<p>จุดอ่อนสำคัญของลินุกซ์อยู่ที่ความสวยงาม และหน้าจอบูตก็เป็นหนึ่งในจุดอ่อนที่ว่า ฝั่งดิสโทรคู่แข่งอย่าง Fedora ก้าวหน้ากว่าเพราะพัฒนาระบบหน้าจอบูตตัวใหม่ Plymouth ขึ้นตั้งแต่ Fedora 10</p>
<p>เดิมที Ubuntu ใช้หน้าจอบูตที่ชื่อ usplash ซึ่งมีปัญหาทางเทคนิคในเรื่องความเร็วและลำดับการบูต ครั้นจะไปใช้ Plymouth นักพัฒนาของ Ubuntu ก็ให้เหตุผลว่าฟีเจอร์ของ Plymouth ไม่ต่างอะไรกับ usplash ทางออกจึงเป็นการพัฒนาหน้าจอบูตตัวใหม่คือ xsplash ขึ้นมาใช้ในรุ่นนี้ อ่านรายละเอียดได้จากบล็อก Making a splash ของ Scott James Remnant</p>
<p>xsplash นั้นครบเครื่องทั้งความเร็วและความสวยงาม อย่างไรก็ตาม ในแง่ความสวยงาม เท่าที่ผมลองมันยังไม่ค่อยเนียนเท่าไร ระหว่างหน้าจอบูตทั้งสองช่วงยังมีเคอร์เซอร์กระพริบของโหมด text โผล่มาให้เห็นบ้าง และเจอปัญหาสีเพี้ยน โลโก้แหว่ง กับการ์ดจอบางยี่ห้อ (เช่น ATI ในกรณีที่ใช้ไดรเวอร์โอเพนซอร์ส) ซึ่งคาดว่าคงจะแก้ไขในรุ่นต่อๆ ไป</p>
<p>แต่เรื่องความเร็วน่าประทับใจมากครับ ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า Ubuntu 9.10 ใช้เวลาบูต 5 วินาทีบน SSD แม้ว่าเท่าที่ใช้จริงจะไม่ได้ขนาดนั้น แต่ก็เร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน การบูตครั้งแรกจะช้าสักนิด ผมจับเวลานับตั้งแต่กด Enter ที่ GRUB ได้ 45 วินาที แต่ครั้งที่สองลดลงเป็น 36 วินาที</p>
<p>เรื่องเวลาในการบูต ถ้ามีโอกาสหาเครื่องที่ใช้ SSD ได้จะไปทดสอบแล้วมารายงานอีกครั้ง ทาง Canonical ตั้งเป้าว่าในรุ่นหน้า Ubuntu 10.4 จะต้องได้ต่ำกว่า 10 วินาที!!!</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2754/4062989800_cce1845da6.jpg" alt="gdm" width="500" height="377" /></div>
<p>หน้าจอล็อกอินใช้ธีมเดียวกันกับ xsplash เพื่อความต่อเนื่อง ผมจับภาพนี้บน VirtualBox จอเล็ก เมนูด้านล่างเลยซ้อนทับกัน หน้าจอล็อกอิน GDM รุ่น 2.28 นี้เขียนใหม่หมดนับจาก Ubuntu 9.04 มีฟีเจอร์มากขึ้นและทำงานร่วมกับ xsplash ได้ดีขึ้น แต่ในแง่ผู้ใช้งานคงไม่มีอะไรต่างไปนัก</p>
<h4>เดสก์ท็อปและหน้าตา</h4>
<p>เมื่อล็อกอินเรียบร้อยจะพบกับเดสก์ท็อปมาตรฐานของ Ubuntu 9.10 ดังภาพ</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2648/4062986964_4d3ab9bed0.jpg" alt="default-desktop" width="500" height="313" /></div>
<p>Ubuntu 9.10 ถือว่ายกเครื่องระบบธีมที่ใช้มานานหลายปีใหม่หมด ธีมเดิม Human ถูกโละทิ้ง เปลี่ยนมาใช้ธีมใหม่ Humanity แทน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมีดังนี้</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2740/4062990480_c677664a1b_o.png" alt="gnome-panel" width="398" height="50" /></div>
<p>ไอคอนที่ notification area มุมขวาบนของหน้าจอ ถูกเปลี่ยนเป็นไอคอนสีเดียว (แบบเดียวกับ Mac OS X) เรียบหรู ดูดีขึ้นมาก</p>
<p>อย่างไรก็ตามไอคอนสีเดียวเหล่านี้ยังมีแต่ไอคอนมาตรฐานเท่านั้น ถ้าเพิ่มไอคอนโปรแกรมแปลกๆ บางตัวเข้าไป อาจจะหลุดคอนเซปต์ได้ ผู้ใช้ Ubuntu บางคนแก้ปัญหานี้โดยการวาดไอคอนสีเดียวใช้เอง ใครต้องการก็ตามไปโหลดกันได้ครับ</p>
<ul>
<li><a href="http://www.omgubuntu.co.uk/2009/10/ubuntuone-match-karmic-panel.html" target="_blank">UbuntuOne Icons to Match Karmic Panel Icons</a></li>
<li><a href="http://www.omgubuntu.co.uk/2009/10/cpufreq-icons-humanity.html" target="_blank">Humanity Icons for Cpufreq</a></li>
<li><a href="http://www.omgubuntu.co.uk/2009/09/karmic-tray-icons-match.html" target="_blank">Customize The Gnome Panel Clock To Match Karmic&#8217;s New Icons</a></li>
</ul>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2686/4062245199_5896389c1b.jpg" alt="new-icon" width="500" height="408" /></div>
<p>ไอคอนของโปรแกรมก็วาดใหม่หมด โดยไอคอนชุด Humanity จะตัดขอบดำชัดกว่า Human และใช้สีธรรมชาติ ไม่ glossy เหมือน Human</p>
<p>เนื่องจากว่าเราใช้ Human กันมาหลายปี พอมาเจอ Humanity อาจจะไม่คุ้นเคยบ้าง (รูปร่างหน้าตาคล้ายๆ ของเดิม แต่สไตล์เปลี่ยนไป ตอนแรกผมก็ไม่ชอบแต่ใช้ๆ ไปแล้วเริ่มคุ้นก็โอเค) ถ้าใครอยากเปลี่ยนกลับเป็น Human ก็ต้องออกแรงโหลดเพิ่มกันหน่อย เพราะใน Ubuntu 9.10 ถอด Human ออกไปแล้ว</p>
<p>ในภาพรวม ไอคอนชุด Humanity ทำให้ Ubuntu ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น แต่ถ้าเทียบกับ Mac OS X หรือ Windows Vista/7 แล้ว ยังดูตามหลังอยู่เช่นเดิม (รสนิยมส่วนตัว สามารถถกเถียงกันได้)</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2720/4062990054_7bc390e814_o.png" alt="gnome-menu" width="358" height="337" /></div>
<p>ฟีเจอร์ (?) ของ GNOME 2.28 คือเอาไอคอนในเมนูและปุ่มออกไป เพื่อให้หน้าจอสะอาดมากขึ้น แต่ในบางกรณีอย่างรูปข้างบน มันทำให้เมนูดูแหว่งๆ ไม่สวยงาม ถ้าใครอยากเปลี่ยนกลับสามารถทำได้จาก Systerm &gt; Preferences &gt; Appearance &gt; Interface แล้วเลือก Show icons in menus</p>
<div><img src="http://farm4.static.flickr.com/3267/4062990966_9b2ab5a07d_o.png" alt="metacity-humanity" width="230" height="153" /></div>
<p>อันนี้ในรูปข้างบนคงเห็นกันแล้ว แต่ผมตัดแบบชัดๆ มาเน้นให้ดูอีกที ธีมของขอบหน้าต่างและ widget เปลี่ยนไปเช่นกัน ขอบหน้าต่างของธีม Humanity เปลี่ยนจากสีส้มมาเป็นสีน้ำตาล เพิ่มความขัดแย้งในหมู่ผู้นิยมความสวยงามยิ่งขึ้น (น้ำตาล = ขี้เหร่??) แต่ที่ผมว่าแปลกๆ คือไอคอนโปรแกรมตรงมุมซ้ายของหน้าต่าง เปลี่ยนเป็นปุ่มวงกลมแทน อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าทีมออกแบบของ Ubuntu คิดอย่างไร ถ้าให้เดาคือพยายามเลียนแบบ Mac OS X ที่ไม่มีไอคอนบนแถบหน้าต่างเช่นกัน อันนี้เปลี่ยนยากครับ ถ้าอยากแก้กลับต้องไปแก้ในไฟล์ธีมของ Metacity</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2545/4067237968_ffdd099d8a_o.png" alt="gtk-theme" width="311" height="178" /></div>
<p>ส่วนธีมของ widget จะเห็นว่ามันดูแบนๆ กว่าธีม Clearlooks อันเดิม ใครไม่ชอบก็ไปเปลี่ยนกลับได้</p>
<p>นอกจากนี้ Ubuntu 9.10 ยังมีธีมสีเข้มๆ ให้เลือกอีก 2 ตัว คือ DarkRoom กับ New Wave ลองเปลี่ยนเล่นได้ตามสะดวก</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2608/4062985738_40391d1106.jpg" alt="background" width="500" height="444" /></div>
<p>อย่างสุดท้ายนี่ควรจะมีมาตั้งนานแล้ว สงสัยเห็น Windows 7 อัดภาพพื้นหลังคุณภาพสูงมาให้เป็นจำนวนมาก Ubuntu 9.10 เลยเอาบ้าง <img src='http://www.it-clever.com/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ความสวยงามนี่แล้วแต่จะมองนะครับ ผมว่าโอเคในระดับหนึ่งแต่ยังด้อยกว่าของ Windows/Mac OS X อยู่เล็กน้อย จุดที่น่าสังเกตคือแถวที่สองอันซ้ายสุด เป็นภาพพื้นหลังแบบเปลี่ยนตามเวลา โดยใช้ภาพจักรวาลที่ถ่ายจากกล้องฮับเบิล</p>
<h4>โปรแกรมใหม่</h4>
<p>Ubuntu 9.10 มาพร้อมกับโปรแกรมใหม่หลายตัว เริ่มจากโปรแกรมที่ได้ใช้กันในชีวิตประจำวันมากที่สุดก่อนครับ</p>
<p><strong>Empathy</strong></p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2587/4062988200_3acfac663d.jpg" alt="empathy-start" width="500" height="257" /></div>
<p>แรกสุดคือโปรแกรม IM ตัวใหม่ Empathy ซึ่งรวมเข้ามากับชุด GNOME มาตรฐานตั้งแต่รุ่น 2.24 แต่ Ubuntu เพิ่งเปลี่ยนมาใช้เป็นดีฟอลต์ในรุ่นนี้ (2.28)</p>
<p>ข้อดีของ Empathy คือมันถูกเขียนขึ้นบนเฟรมเวิร์ค Telepathy ที่ถูกออกแบบสำหรับการสื่อสารทาง IM รองรับการคุยด้วยเสียงและวิดีโออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับโปรแกรมตัวอื่นๆ ของ GNOME ได้ดีกว่า ไม่เป็นเอกเทศเหมือนกับ Pidgin</p>
<p>สาเหตุสำคัญที่ Empathy ถูกนำมาใช้แทน Pidgin ก็เพราะแกนหลักของ Pidgin นั้นพัฒนาช้ามากถึงมากที่สุด (นักพัฒนาหลักถูกกูเกิลดึงตัวไปทำ Google Talk เสียแล้ว ส่วนตัวโครงการ Pidgin เองก็มีปัญหาภายในมากมาย) ดิสโทรต่างๆ รอไม่ไหวจึงย้ายไปใช้ Empathy กันแทน</p>
<p>แต่เท่าที่ผมลองใช้มา Empathy ยังสู้ Pidgin ในแง่ IM ข้อความและการใช้งานทั่วไปไม่ได้อยู่หลายจุดครับ (เช่น ไม่สามารถสั่งออนไลน์ทีละบัญชีได้) ฟีเจอร์ด้านวิดีโอและเสียงก็กลับไม่เวิร์คอย่างที่โม้เอาไว้ ดังนั้นถ้าใครใช้ Empathy แล้วอึดอัดแบบผม ก็สามารถเปลี่ยนกลับไปใช้ Pidgin ได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2451/4062245391_0714e270db_o.png" alt="notification-area" width="317" height="191" /></div>
<p>เมื่อพูดถึง IM และการสื่อสารแล้ว อีกประเด็นที่ควรพูดถึงคือไอคอน indicator-applet รูปจดหมายบน panel มุมขวาบน ไอคอนนี้ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่น 9.04 พร้อมกับระบบแจ้งเตือนข้อความแบบใหม่ ไอเดียของมันคือทำระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆ ของระบบปฏิบัติการที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ข้อความแจ้งเตือนทั่วไป (เช่น ใครออนไลน์เข้ามา) จะถูกแสดงขึ้นมาเป็น bubble ส่วนข้อความสำคัญที่ส่งเข้ามาหาเราโดยตรง (เช่น ข้อความ IM หรืออีเมลใหม่) จะแสดงที่ไอคอนจดหมายอันนี้</p>
<p>โปรแกรมหลายตัวของ Ubuntu รองรับไอคอนจดหมาย indicator-applet อันนี้แล้ว เช่น IM (ทั้ง Pidgin และ Empathy) อีเมล (Evolution) และ Microblogging (Gwibber) เวลามีข้อความใหม่เข้ามาไอคอนจดหมายจะกลายเป็นสีดำทั้งอัน กดแล้วจะบอกว่ามีใครติดต่อเรามาอย่างไรบ้าง</p>
<p>มองในแง่ดีมันช่วยเรื่องตรงรบกวนการทำงานอื่นๆ ของเราน้อยลง แต่ในแง่เสียอยู่ที่ความคุ้นเคยครับ สรุปว่าผมต้องปิดฟีเจอร์พวกนี้ทิ้งหมด แล้วกลับไปให้ Pidgin ใช้วิธีเตือนโดยการกระพริบที่ taskbar แบบเดิม ระบบใหม่ยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไร</p>
<p><strong>Ubuntu Software Center</strong></p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2686/4062247477_8fa90b39aa.jpg" alt="software-center" width="500" height="451" /></div>
<p>ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ Canonical เตรียมเพิ่ม Ubuntu Software Store ลงใน 9.10 ชื่อสุดท้ายของมันคือ Ubuntu Software Center แผนการของ Canonical คือเปลี่ยนระบบจัดการแพจเกจทั้งหมดของ Ubuntu ให้มาใช้ผ่าน Ubuntu Software Center เพียงตัวเดียวเพื่อลดความสับสน</p>
<p>แต่ในรุ่นแรก Ubuntu Software Center เข้ามาแทน Add/Remove เดิมเพียงตัวเดียวเท่านั้น โปรแกรม Synaptic และ Update Manager ยังคงอยู่ การใช้งาน Ubuntu Software Center จะคล้ายๆ กับ App Store บนสมาร์ทโฟน คือค้นหาโปรแกรมแล้วกดติดตั้งได้เลย ดูการออกแบบนั้นชัดเจนว่า Canonical เตรียมใช้มันเป็นช่องทางสำหรับขายโปรแกรมในอนาคต</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2478/4062994824_de26e7d54b.jpg" alt="software-center-search" width="500" height="230" /></div>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2509/4062248147_f37725c214.jpg" alt="software-center-pidgin" width="500" height="431" /></div>
<p>เนื่องจากมันยังเป็นแค่รุ่นแรก ความสามารถยังด้อยอยู่ครับ ข้อเสียของมันคือ</p>
<ul>
<li>เรียงโปรแกรมได้ตามตัวอักษรเท่านั้น ไม่มีระบบเรตติ้งหรือเรียงตามความนิยม</li>
<li>โปรแกรมที่ติดตั้งได้มีเฉพาะโปรแกรมใน main และ universe เท่านั้น ใช้ลงโปรแกรมใน PPA ไม่ได้</li>
<li>ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ทีละตัว แม้ว่าจะลงโปรแกรมหลายตัว</li>
</ul>
<p>ในอนาคตมันคงดีขึ้น แต่ตอนนี้ผมกลับไปใช้ Synaptic ดีกว่า</p>
<p><strong>Ubuntu One</strong></p>
<p>บริการสำรองไฟล์ในกลุ่มเมฆของ Canonical ถ้าใครเคยใช้ Dropbox มาก็ไม่ต้องอธิบาย เหมือนเปี๊ยบไม่มีอะไรแตกต่าง</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2638/4062997490_404a580bfc.jpg" alt="ubuntu-one-nautilus" width="500" height="373" /></div>
<p>เราจะได้โฟลเดอร์ Ubuntu One เพิ่มเข้ามาใน Home เหมือนกับ Dropbox และสามารถเข้าถึงไฟล์ได้จากหน้าเว็บของ Ubuntu One (ใช้บัญชีผู้ใช้ของ Launchpad.net ได้ทันที)</p>
<p>พื้นที่เก็บข้อมูลแบบมาตรฐาน 2GB เท่ากับ Dropbox ถ้าอยากได้มากขึ้น มีแบบ 50GB ให้เลือกจ่ายเพิ่มเดือนละ 10 ดอลลาร์ จากการใช้งาน Dropbox ของผม ถ้าเก็บเฉพาะไฟล์งานสำคัญๆ ไม่เก็บภาพ วิดีโอ หรือโปรแกรมนี่ 2GB เหลือเฟือครับ</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2685/4062250537_e4fbb43c2f_o.png" alt="ubuntuone" width="347" height="215" /></div>
<p>Ubuntu One ฟังดูดีแต่สุดท้ายมาตายน้ำตื้น เพราะ Ubuntu One client รุ่นที่มากับ 9.10 ตัวจริงมีบั๊ก (อยู่ใน <a href="http://www.ubuntu.com/getubuntu/releasenotes/910#Ubuntu%20One%20client%20requires%20post-install%20upgrade" target="_blank">known issues</a> ของ Ubuntu 9.10 Release Notes) ต้องสั่งอัพเดตทีนึงก่อนจึงจะใช้ได้</p>
<p>การใช้งานทั่วไปของ Ubuntu One ไม่มีปัญหาอะไร แต่เทียบกับ Dropbox แล้วยังเป็นรองด้านฟีเจอร์ เพราะว่า Dropbox สามารถใช้กับวินโดวส์และแมค (รวมถึง iPhone) ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์หลายแพลตฟอร์มร่วมกัน ก็ควรเลือกใช้ Dropbox จะดีกว่า (บน Ubuntu ติดตั้งง่ายมาก มีทั้ง .deb และ PPA) น่าสนใจเหมือนกันว่า Canonical จะแก้เกมนี้อย่างไร</p>
<p><strong>Disk Utility</strong></p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2529/4062245765_2508c702e7.jpg" alt="palimpsest" width="500" height="355" /></div>
<p>โปรแกรมตัวใหม่ Disk Utility หรือชื่อจริง Palimpsest อยู่ใน System &gt; Administration เอาไว้ช่วยจัดการกับไดรฟ์และพาร์ทิชันโดยเฉพาะ (ฟีเจอร์เหมือนกับ Disk Utility ของแมคเลย)</p>
<p><strong>PulseAudio/Sound Preferences</strong></p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2614/4062249185_bd7473e486.jpg" alt="sound-preference" width="500" height="493" /></div>
<p>หลังจาก Ubuntu เปลี่ยนมาใช้ PulseAudio ในรุ่นก่อนๆ มันก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ล่าสุดหน้าจอควบคุมเสียงได้เปลี่ยนโฉมใหม่เพื่อรองรับฟีเจอร์ของ PulseAudio แล้ว ฟีเจอร์ที่เจ๋งที่สุดคือควบคุมเสียงของแต่ละโปรแกรมแยกจากกันได้แล้ว (ลดความรำคาญจากพวกชอบใส่เพลงลงบล็อกได้มาก)</p>
<p><strong>Bluetooth</strong></p>
<p>โปรแกรมจัดการ Bluetooth ของ GNOME พัฒนาขึ้นมาก ไม่พิกลพิการเหมือนรุ่นเดิม แต่เทียบฟีเจอร์แล้วยังด้อยกว่า blueman ถ้าใครมีปัญหาอาจพิจารณาลง blueman เป็นทางเลือกได้</p>
<p><strong>ไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์</strong></p>
<p>ปัญหาคลาสสิคตลอดกาลของลินุกซ์คือไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์ที่ไม่มีแบบโอเพ นซอร์ส (หรือมีแต่ไม่สมบูรณ์) ทำให้การติดตั้งและใช้งานในช่วงแรกมีปัญหาอย่างมาก ปัญหา 3 อันดับยอดนิยมได้แก่</p>
<ul>
<li>ชิปเซ็ต Wi-Fi ของ Broadcom &#8211; ทำให้โน้ตบุ๊กต่อเน็ตไม่ได้ทันที แก้โดยหาสายแลนมาจิ้มให้ต่อเน็ตได้ก่อน แล้วค่อยติดตั้งไดรเวอร์จาก Hardware Drivers</li>
<li>การ์ดจอ NVIDIA &#8211; ปัญหาที่ผมยังเจอต่อเนื่องมาหลายรุ่น คือ Ubuntu ที่ไม่ใช้ไดรเวอร์จาก NVIDIA จะจอเบี้ยวตั้งแต่ตอนติดตั้งเลยครับ (จอไม่พอดีกับมอนิเตอร์) ต้องทนๆ ติดตั้งให้เสร็จแล้วค่อยลงไดรเวอร์ NVIDIA ถึงจะหาย</li>
<li>การ์ดจอ ATI &#8211; ถ้าเป็น Ubuntu 9.10 รุ่นปกติไม่มีปัญหาอะไรยกเว้นใช้ Compiz ไม่ได้ ซึ่งก็ไม่สำคัญนัก แต่ถ้าเป็น Ubuntu Netbook Remix ที่เขียนหน้าจอด้วย Clutter นี่อืดจนใช้งานแบบไม่ลงไดรเวอร์ fglrx ไม่ได้</li>
</ul>
<p>ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ผ่าน Restricted Drivers ซึ่งสามารถติดตั้งได้ง่ายๆ แต่มันก็ทำให้เสียอารมณ์ไปมาก Ubuntu 9.10 ยังหนีไม่พ้นวัฏจักรแห่งความเศร้าอันนี้ และมันคงดำเนินต่อไปอีกนาน</p>
<p><strong>หาอุปกรณ์ USB และแผ่นไม่เจอ</strong></p>
<p>ปัญหานี้ผมเจอเป็นบางเครื่อง แต่ดันซวยมาเจอกับเครื่องหลักที่ใช้ทำงาน อาการคือ Ubuntu 9.10 ไม่เมาท์พาร์ทิชันจากซีดี ดีวีดี SD และ USB drive โดยอัตโนมัติ (คือใน Disk Utility มองเห็นอุปกรณ์ แต่ใน GNOME ไม่ยอมเมาท์ให้)</p>
<p>เท่าที่ลองค้นๆ ดู คนเป็นกันเยอะและด่ากันเยอะเพราะมันเป็นบั๊กซีเรียส และขณะนี้ยังไม่มีตัวอัพเดตแต่อย่างใด</p>
<p><strong>ปัญหา Compiz กับการ์ดจอ ATI</strong></p>
<p>เข้าใจว่ามีคนเจอปัญหานี้ตั้งแต่ 9.04 อาการคือถ้าเปิด desktop effect แล้วใช้การ์ดจอ ATI ตอนย่อหน้าต่างลงไปเก็บที่ taskbar จะไม่มีปัญหา แต่ตอนเปิดกลับมันจะหน่วงๆ ประมาณ 1 วินาที ยังไม่มีแก้เช่นกัน เห็นว่าเป็นปัญหากับไดรเวอร์ของ ATI เอง ทางแก้ชั่วคราวคือไม่ใช้ desktop effect</p>
<ul>
<li><a href="http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1138069" target="_blank">Ubuntuforums</a></li>
<li><a href="https://bugs.launchpad.net/ubuntu/+source/fglrx-installer/+bug/351186" target="_blank">Laucnhpad</a></li>
</ul>
<p>ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่ผมเจอคือเรื่องไมโครโฟนที่ไม่เคยมีเสียงมาหลายรุ่น ส่วนกล้องที่ติดมากับโน้ตบุ๊กใช้งานได้ดีแล้วในรุ่นนี้</p>
<p><strong>Font hinting</strong></p>
<p>มาดูปัญหาด้านซอฟต์แวร์กันบ้าง นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้ว ผมยังเจอว่าค่า hinting สำหรับฟอนต์ของระบบตั้งค่ามาเป็น Slight ซึ่งดูไม่ดีเอาเสียเลย ทางแก้คือเปลี่ยนเป็น Medium หรือ Full จะดูคมชัดขึ้นมาก</p>
<div><img src="http://farm3.static.flickr.com/2671/4062243177_d4c5beff0a_o.png" alt="font-alias" width="500" height="392" /></div>
<p>แต่แก้ผ่านหน้าจอ Appearance ของ GNOME อย่างเดียวไม่พอครับ Firefox ไม่ยอมปฏิบัติตาม ทางแก้คือสร้างไฟล์ .fonts.conf ใน home โดยทำตาม<a href="http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1200992" target="_blank">กระทู้ใน Ubuntuforums</a></p>
<p>เรื่องฟอนต์ยังมีอีกบั๊กที่สืบเนื่องยาวนานมาจากการเปลี่ยนแปลงของ GNOME ทำให้เราไม่มีวิธีง่ายๆ ในการเพิ่มฟอนต์ลงไปในระบบ ทางแก้คือสร้างโฟลเดอร์ .fonts ขึ้นมาใน home แล้วก็อปฟอนต์ที่ต้องการมาใส่ไว้ในนี้</p>
<h4>สรุป</h4>
<p>Ubuntu 9.10 เปลี่ยนจาก 9.04 เยอะพอสมควร การเปลี่ยนแปลงหลายๆ จุดเป็นเรื่องที่น่าต้อนรับในภาพรวม อย่างไรก็ตาม มันยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดี และมีผลเสียต่อการใช้งานระยะสั้นอยู่มากพอควร เช่น Ubuntu Software Center หรือหน้าจอบูตที่ยังติดๆ ขัดๆ</p>
<p>ส่วนติดต่อผู้ใช้แม้ว่าจะถูกยกเครื่องใหม่แต่ก็ยังมีบั๊กเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายจุด เช่น บั๊ก font hinting ของ Firefox ซึ่งเป็นบั๊กที่ไม่น่าอภัยให้เป็นอย่างมาก</p>
<p>ประเด็นปัญหาด้านฮาร์ดแวร์นี้ผมเคยเขียนไว้ในรีวิว Windows 7 แล้วว่ามันขึ้นกับ &#8220;กรรมเวร&#8221; ของผู้ใช้แต่ละท่าน ถ้าโชคดีใช้ฮาร์ดแวร์ที่ไม่ค่อยมีปัญหา มันก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ถ้าใช้ &#8220;ฮาร์ดแวร์มีกรรม&#8221; มันก็จะมีปัญหาอยู่เรื่อยไป รอบนี้ผมเจอ &#8220;โคอาล่าแห่งชะตากรรม&#8221; เข้าไปเต็มๆ แต่คนอื่นอาจเจอประสบการณ์ที่ต่างออกไป ไม่มีใครรู้จนกว่าจะลองเอา Live CD ไปทดสอบดูครับ</p>
<p>(ในกรณีทั่วไปแล้ว ชิปเซ็ตอินเทลดีที่สุด ทั้งการ์ดจอและ Wi-Fi ตอนซื้อนี่ท่องไว้เลย อินเทลๆๆๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเลย เพราะอย่างใน 9.04 ก็มีบั๊กร้ายแรงกับการ์ดจออินเทลนะ)</p>
<p>ถ้าให้ผมสรุป Karmic Koala เปรียบได้กับ Beta 1 ของ 10.4 LTS &#8220;Lucid Lynx&#8221; ฟีเจอร์นำร่องหลายอย่างใน Karmic น่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทางใน Lucid แต่ถ้าว่ากันตามตรงมันเป็นรุ่นเบต้าที่เสถียรและใช้งานทั่วไปได้ไม่มีปัญหา (ยกเว้นจะ &#8220;มีกรรม&#8221; แบบผม)</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.blognone.com/node/13737" target="_blank">blognone</a></p>
<img src="http://www.it-clever.com/?ak_action=api_record_view&id=184&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.it-clever.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ubuntu-9-10-karmic-koala/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
